Strategy เพิ่มพอร์ต Bitcoin อีก 22 ล้านดอลลาร์ รวมถือครองทะลุ 640,000 BTC ท่ามกลางความผันผวนตลาด

กระแสการลงทุนใน เหรียญคริปโตที่น่าลงทุน 2025 ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการ โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวล่าสุดจากบริษัท Strategy ของ Michael Saylor ซึ่งเป็นผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลกในฐานะบริษัทมหาชน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Strategy ได้เข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติม 196 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 22.1 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางราคาที่ร่วงลงต่ำกว่า 110,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ
ข้อมูลจากรายงานที่ยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ ระบุว่า การเข้าซื้อครั้งนี้เกิดขึ้นที่ราคาเฉลี่ยราว 113,048 ดอลลาร์ต่อเหรียญ หลังจาก BTC เปิดสัปดาห์เหนือระดับ 112,000 ดอลลาร์ และไถลลงต่ำกว่า 110,000 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กลยุทธ์การเข้าซื้อในช่วงราคากำลังอ่อนตัวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจระยะยาวของ Saylor ที่ยังคงเชื่อมั่นว่า Bitcoin คือสินทรัพย์ดิจิทัลหลักที่มีศักยภาพเติบโตอย่างต่อเนื่อง

หลังการซื้อครั้งล่าสุด Strategy ถือครอง Bitcoin ทั้งหมด 640,031 เหรียญ รวมมูลค่าการลงทุนกว่า 47.35 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นราคาเฉลี่ยการถือครองที่ 73,983 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ถือเป็นพอร์ต Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทมหาชนใด ๆ ในโลก และยังเป็นการตอกย้ำว่าพวกเขามอง BTC เป็นสินทรัพย์สำคัญในการเก็บรักษามูลค่าในระยะยาว
Saylor มั่นใจ BTC จะฟื้นตัวปลายปีนี้
แม้การซื้อครั้งล่าสุดของ Strategy จะมีมูลค่าไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับดีลก่อน ๆ แต่ก็ยังเป็นการตอกย้ำความต่อเนื่องของกลยุทธ์สะสม แม้ในช่วงที่ตลาดเจอแรงกดดันจากสภาวะมหภาค รวมถึงปัจจัยด้านสภาพคล่องและแรงขายจากฝั่งสถาบันที่เพิ่มขึ้นในระยะหลัง โดยเฉพาะกระแส Bitcoin ETF เงินไหลออกแรง ที่สร้างแรงกดดันให้ตลาด
อย่างไรก็ตาม Michael Saylor เชื่อว่า ความผันผวนที่เกิดขึ้นในตอนนี้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ และเมื่อผ่านแรงต้านสำคัญไปได้ Bitcoin จะกลับมาเข้าสู่ขาขึ้นอีกครั้ง โดยเขาให้มุมมองว่าช่วงปลายปีนี้อาจได้เห็นการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหลายฝ่ายยังคง ลุ้น BTC แตะ $150K หากปัจจัยหนุนจากสถาบันและกระแสการยอมรับระดับองค์กรยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนความเชื่อมั่นของ Strategy เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตามอง เพราะหากบริษัทมหาชนรายใหญ่ยังคงเดินหน้าสะสม BTC ต่อไป ย่อมช่วยสร้างแรงสนับสนุนให้ตลาดกลับมาคึกคัก และอาจเป็นตัวเร่งให้การปรับตัวขึ้นรอบใหม่เกิดขึ้นเร็วกว่าที่หลายคนคาดคิด