พลิกวิกฤต! เทรดเดอร์กำไร 7 ล้านดอลลาร์ หลัง Trump ประกาศ Strategic Reserve

เหตุการณ์อันน่าทึ่งเกิดขึ้นในตลาดคริปโตเมื่อนักเทรดรายหนึ่งบนแพลตฟอร์ม Hyperliquid สร้างกำไรมหาศาลถึง 7 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง หลังจากทำการเดิมพันเชิงรุกด้วยการใช้เลเวอเรจถึง 50 เท่าก่อนที่ ปธน.สหรัฐฯ จะประกาศนโยบายคลังสำรองเชิงกลยุทธ์ (Strategic Reserve)
การเดิมพันที่เสี่ยงล้มละลาย สู่ผลกำไรอันมหาศาล
นักเทรดรายนี้เริ่มต้นด้วยการฝากเงิน USDC มูลค่า 5.6 ล้านดอลลาร์เข้าแพลตฟอร์ม Hyperliquid แล้วใช้เงินทุนดังกล่าวในการเปิดสถานะ Long ด้วยเลเวอเรจที่สูงถึง 50 เท่าบน Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH)
การใช้เลเวอเรจในระดับดังกล่าวส่งผลให้มูลค่ารวมของสถานะพุ่งสูงทะลุ 200 ล้านดอลลาร์ เรียกได้ว่าเป็นการเดิมพันขั้นสุดที่ดึงดูดความสนใจจากนักวิเคราะห์บล็อกเชนทั่วโลก

สถานการณ์เกือบพลิกผันในช่วงเช้าตรู่ของวันอาทิตย์ เมื่อราคา ETH ดิ่งลงอย่างรุนแรงจนทำให้สถานะ Long ของนักเทรดรายนี้เข้าใกล้จุดวิกฤติ ณ เวลาประมาณ 9:37 น. หากราคา ETH ลดลงอีกเพียง 54 ดอลลาร์ สถานะทั้งหมดจะถูกบังคับชำระบัญชี (Liquidation) ส่งผลให้นักเทรดรายนี้ขาดทุนมากกว่า 2 ล้านดอลลาร์ทันที
แต่โชคชะตาก็เข้าข้างนักเทรดรายนี้อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อ Trump ได้ประกาศนโยบาย Strategic Crypto Reserve ในเวลา 10:00 น. ของวันอาทิตย์ ส่งผลให้ราคา BTC และ ETH พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
นักเทรดซึ่งยังคงเพิ่มสถานะ Long ของตนตลอดช่วงเช้า ตัดสินใจปิดการเทรดทั้งหมดและทำกำไรสุทธิได้ถึง 7 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก HypurrScan
ตลาดคริปโตพลิกโฉมหลังการประกาศ Strategic Reserve ของ Trump
การประกาศนโยบายคลังสำรองคริปโตของ Trump สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะเมื่อมีการยืนยันว่า Bitcoin และ Ethereum จะเป็นส่วนหนึ่งของคลังสำรองเชิงกลยุทธ์ ราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำก็พุ่งทะยานในทันที โดยเฉพาะบรรดาเหรียญที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างเฉพาะเจาะจง

XRP เป็นหนึ่งในเหรียญที่ได้รับผลลัพธ์ในเชิงบวกเป็นอย่างมาก โดยราคาพุ่งขึ้นเกือบ 30% ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงหลังจากการประกาศ ทะลุระดับ 2.88 ดอลลาร์ ขณะที่ Solana (SOL) ก็ไม่น้อยหน้า เพิ่มขึ้น 20% ในช่วงเวลาเดียวกัน ทะลุระดับ 170 ดอลลาร์
Cardano (ADA) กลายเป็นดาวเด่นของวัน โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 52% พุ่งแตะระดับเกือบ 1 ดอลลาร์ โดยซื้อขายอยู่ที่ 0.98 ดอลลาร์ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้เป็นผลมาจากการที่ Trump กล่าวถึง ADA โดยตรงในการประกาศของเขา
Bitcoin และ Ethereum โชว์ความแข็งแกร่งหลังได้รับการยืนยัน
หลังจากที่ Trump ยืนยันการรวม Bitcoin และ Ethereum ไว้ในคลังสำรองเชิงกลยุทธ์ด้วยเช่นกัน ราคาของเหรียญคริปโตที่น่าลงทุนทั้ง 2 เหรียญก็พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Bitcoin (BTC) มีราคาพุ่งขึ้นจากระดับประมาณ 85,000 ดอลลาร์ มาซื้อขายที่ราว 94,000 ดอลลาร์ คิดเป็นการเพิ่มขึ้นเกือบ 11%
Ethereum (ETH) ก็ไม่น้อยหน้า โดยราคาพุ่งขึ้นจากระดับประมาณ 2,200 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 2,450 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเกือบ 12% การเคลื่อนไหวของราคาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของตลาดต่อนโยบายใหม่ของ Trump
หากนักเทรดรายนี้ยังคงถือครองสถานะของตนไว้นานกว่าการประกาศยืนยันเรื่อง BTC และ ETH เขาอาจจะทำกำไรได้มากกว่า 7 ล้านดอลลาร์ที่ได้รับ แสดงให้เห็นว่า แม้กระทั่งนักเทรดมืออาชีพก็อาจจะพลาดโอกาสในการทำกำไรที่มากกว่าได้
บทเรียนและโอกาสในอนาคต
เรื่องราวของนักเทรดรายนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของทั้งความเสี่ยงและผลตอบแทนมหาศาลในตลาดคริปโต การใช้เลเวอเรจ 50 เท่าเป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะการเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อยในทิศทางตรงข้ามสามารถทำลายเงินลงทุนทั้งหมดได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน เหตุการณ์นี้ยังแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลอย่างมหาศาลของนโยบายและการตัดสินใจของผู้นำประเทศต่อตลาดคริปโตเคอร์เรนซี การประกาศเพียงครั้งเดียวสามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางของตลาดได้อย่างสิ้นเชิง สร้างทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
สำหรับนักลงทุนทั่วไป บทเรียนสำคัญคือการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและการติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่มีการประกาศนโยบายสำคัญจากผู้นำประเทศหรือหน่วยงานกำกับดูแล






