7 อันดับ เว็บเทรดคริปโต ที่ไม่ต้องทำ KYC

คุณต้องการที่จะทำการซื้อขายคริปโตโดยที่ไม่ต้องเปิดเผยตัวตน หรือ ไม่ต้องการวุ่นวานในการทำ KYC หรือไม่? หากเป็นเช่นนั้น คุณอาจจะต้องมองหา เว็บเทรดคริปโต ที่ไม่ต้องทำ KYC ที่ดีที่สุดในปี 2024 นี้!
ในบทความนี้ เราจะมาจัดอันดับและรีวิวคร่าวๆ เกี่ยวกับ “เว็บเทรดคริปโตที่ไม่ต้องทำ KYC” ที่จะช่วยมอบประสบการณ์การซื้อขายที่มีความเป็นส่วนตัวให้กับคุณ เรามาดูกันเลยดีกว่าว่า แพลตฟอร์มเทรดคริปโตชั้นนำที่ไม่ต้องทำ KYC จะมีแพลตฟอร์มใดบ้าง และด้วยเหตุผลใดบ้างที่ทำให้แพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลโดยไม่เปิดเผยตัวตน!
9 เว็บเทรดคริปโตที่ไม่ต้องทำ KYC ชั้นนำ
- Best Wallet — เว็บเทรดและกระเป๋าเงินคริปโตที่มีความยืดหยุ่นสูงและไม่ต้องทำ KYC
- Margex — แพลตฟอร์มเทรดที่ไม่ต้องทำ KYC ที่ให้เลเวอเรจสูงถึง 100 เท่าในการซื้อขายฟิวเจอร์สและ Copy Trading
- Blofin — เว็บเทรดที่สามารถซื้อขายได้ด้วยเลเวอเรจที่สูงมากโดยไม่ต้องผ่าน KYC ซึ่งถอนได้สูงสุดถึง 20,000 ดอลลาร์
- KCEX — เว็บเทรดที่มาพร้อมกับค่าธรรมเนียมการซื้อขายแบบสปอต 0% พร้อมสัญญาฟิวเจอร์สที่มีให้เลือกเทรดมากมาย
- BingX — เว็บเทรดคริปโตชั้นนำที่มีความปลอดภัยและแสดง Proof of Reserves 100%
- Changelly — เว็บเทรดคริปโต ใช้งานได้ง่าย พร้อมส่งสินทรัพย์เข้ากระเป๋าเงินของคุณในทันที
- ChangeNOW — สวอปคริปโตได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทะเบียน ผสานรวมกับเว็บเทรดใหญ่ๆ พร้อมด้วยข้อเสนอเงินคืน
รีวิว “เว็บเทรดคริปโตที่ไม่ต้องทำ KYC ที่ดีที่สุด” ในปี 2024
ข้อกำหนด KYC เป็นเพียงหนึ่งแง่มุมที่ผู้ใช้งานจะต้องพิจารณาเมื่อเลือกใช้งาน เว็บเทรดคริปโต แง่มุมอื่นๆ ที่ผู้ใช้งานควรพิจารณาร่วมด้วย ได้แก่ ความปลอดภัย คู่เทรดที่รองรับ ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย และองค์ประกอบอื่นๆ ที่สำคัญ
ตอนนี้ เรามาลงลึกถึงข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญของเว็บเทรดที่ไม่ต้องยืนยันตัวตนเหล่านี้กันดีกว่า
1. Best Wallet — เว็บเทรดและกระเป๋าเงินคริปโตที่มีความยืดหยุ่นสูงและไม่ต้องทำ KYC
นำเสนอทุกสิ่งที่คุณต้องการสำหรับประสบการณ์การเทรดที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และไม่ต้องเปิดเผยตัวตน เป็นระบบนิเวศแบบผสมผสานที่นำเสนอกระเป๋าเงินแบบ Self- Custody ที่ไม่ต้องยืนยันตัวตน ซึ่งมาพร้อมเว็บเทรดในตัว เว็บเทรดของ Best Wallet ไม่จำเป็นต้องมีบัญชี — ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องให้ข้อมูล KYC ใดๆ Best Wallet รองรับโทเค็นทั้งหมดบนเครือข่าย Ethereum และ BNB Chain
ซึ่งหมายความว่า คุณสามารถซื้อและขายเหรียญมีมที่ดีที่สุดได้ด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว เทรดเดอร์จะได้รับราคาตลาดที่ดีที่สุด เนื่องจาก Best Wallet จะรวบรวมราคามาจากผู้ให้บริการสภาพคล่องหลายราย นอกจากนี้ ยังไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม — ดังนั้น คุณจะต้องจ่ายเพียงเท่าที่ผู้ให้บริการสภาพคล่องเรียกเก็บเท่านั้น ซึ่งมักจะน้อยกว่า 1% สิ่งสำคัญก็คือ โทเค็นใดๆ ที่คุณซื้อจะถูกเพิ่มเข้าไปในบัญชี Best Wallet ของคุณทันที
คุณสามารถเข้าถึง Best Wallet ได้ผ่านแอปบน Android หรือ iOS และส่วนขยายเบราว์เซอร์กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งจะเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า รวมถึงการรองรับ Bitcoin ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ Best Wallet ยังเป็นเว็บเทรดคริปโตที่ไม่ต้องทำ KYC ที่ดีที่สุดในด้านความปลอดภัย โดยแอปจะได้รับการป้องกันด้วยระบบไบโอเมตริกซ์และการยืนยันตัวตน 2 ชั้น และคุณจะได้รับ Passphrase ที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย
ด้วยเหตุผลต่างๆ ที่กล่าวมา Best Wallet จึงเข้ามาอยู่ในอันดับต้นๆ ของรายการเว็บเทรด crypto ที่ไม่ต้องยืนยันตัวตนที่ดีที่สุดของเรา
ข้อดี
- รองรับ Multi-Chain
- ไม่ต้องทำ KYC ทำให้มีความเป็นส่วนตัวอย่างที่สุด
- รองรับคริปโตที่ดีที่สุดบนเชน Ethereum และ BNB Chain
- มี NFT Gallery
ข้อเสีย
- มีให้งานเฉพาะแอปมือถือ ส่วนขยายเบราเซอร์ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา
2. Margex — แพลตฟอร์มเทรดที่ไม่ต้องทำ KYC ที่ให้เลเวอเรจสูงถึง 100 เท่าในการซื้อขายฟิวเจอร์สและ Copy Trading
เป็นเว็บเทรดคริปโตที่ไม่ต้องทำ KYC รายถัดไปที่จะต้องพิจารณา เพียงให้อีเมลแอดเดรสและรหัสผ่านก็สามารถเริ่มต้นใช้งานได้ทันที ผู้ใช้งานสามารถเติมเงินเข้าบัญชีได้โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตนด้วยคริปโตหลายสกุล รวมถึง Bitcoin, Ethereum และ USDT Margex เป็นแพลตฟอร์มอนุพันธ์คริปโตที่เชี่ยวชาญด้าน Perpetual Futures และตลาดซื้อขายที่รองรับทั้งหมดมาพร้อมกับข้อกำหนดมาร์จิ้นที่ต่ำ
ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเปิดสถานะ BTC/USD ด้วยมาร์จิ้นเพียง 1% ได้ ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถเพิ่มปริมาณสินทรัพย์ในบัญชีของคุณได้ถึง 100 เท่า นอกจากนี้ Margex ยังมีเครื่องมือเทรดคริปโตมากมาย รวมถึงอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคและกราฟราคาที่สามารถปรับแต่งได้ และยังสามารถเข้าถึงได้บนเดสก์ท็อปเบราว์เซอร์หรือแอปสำหรับ Android และ iOS ซึ่งทั้ง 2 ตัวเลือกจะช่วยมอบประสบการณ์การเทรดที่ราบรื่น
ยิ่งไปกว่านั้น Margex ยังเป็นที่นิยมสำหรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ต่ำ เทรดเดอร์จะต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นเพียง 0.06% ต่อสไลด์ Margex ยังนำเสนอเครื่องมือ Staking — คุณจะได้รับผลตอบแทนสูงสุดถึง 5% เมื่อถือ USDT และ USDC อย่างไรก็ตาม Margex ไม่ได้รับการกำกับดูแลโดยหน่วยงานที่มีชื่อเสียงใดๆ ดังนั้น การคุ้มครองนักลงทุนจึงมีจำกัด
สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเว็บเทรดอนุพันธ์คริปโตยอดนิยมนี้หรือไม่? รีวิว Margex ฉบับเต็มของเราเป็นสิ่งที่ต้องอ่านในปี 2024 นี้ โดยเราได้สำรวจทุกอย่างตั้งแต่คุณสมบัติ ประโยชน์ ตลอดจนวิธีการเริ่มต้นใช้งานในไม่กี่ขั้นตอนง่ายๆ
ข้อดี
- ประสบการณ์การซื้อขายที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งานบนเดสก์ท็อปและมือถือ
- ซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลได้ด้วยมาร์จิ้นขั้นต่ำเพียง 1%
- เริ่มต้นใช้งานได้ภายในไม่กี่วินาที โดยใช้เพียงอีเมลแอดเดรสเท่านั้น
- ค่าคอมมิชชันการซื้อขายต่ำเพียง 0.06% ต่อสไลด์
- รับผลตอบแทนสูงสุด 5% เมื่อ Stake USDT หรือ USDC
ข้อเสีย
- รองรับเฉพาะ Perpetual Futures เท่านั้น ซึ่งจะไม่เหมาะกับความต้องการในการซื้อขายทั้งหมด
3. Blofin — เว็บเทรดที่สามารถซื้อขายได้ด้วยเลเวอเรจที่สูงมากโดยไม่ต้องผ่าน KYC ซึ่งถอนได้สูงสุดถึง 20,000 ดอลลาร์

ด้วยสินทรัพย์คริปโตที่หลากหลาย BloFin นำเสนอแพลตฟอร์มการเทรดคริปโตขั้นสูงที่ไม่จำเป็นต้องยืนยันตัวตนด้วย KYC โดยสามารถถอนได้สูงสุดถึง 20,000 USDT อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการเพิ่มวงเงินนี้เป็น 1 ล้าน USDT คุณจะต้องผ่านกระบวนการยืนยันข้อมูลส่วนบุคคลและแสดงหลักฐานที่อยู่เพิ่มเติม ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยเพิ่มวงเงินของคุณได้ถึง 2 ล้าน USDT
บนเว็บเทรดนี้ คุณไม่เพียงแต่สามารถซื้อคริปโตได้เท่านั้น แต่ยังสามารถเข้าร่วมการเทรดฟิวเจอร์สและใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ Copy Trading เพื่อเรียนรู้จากเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จมากกว่าได้ สินทรัพย์คริปโตที่มีให้เทรดที่นี่ครอบคลุมในหลายๆ หัวข้อ: AI, Meme, RWA, Metaverse, DeFi, NFT, BRC20 และอื่นๆ อีกมากมาย BloFin ยังเสนอเทรดบอทโดยใช้ Signal Bot และอื่นๆ ซึ่งจะมีเพิ่มเติมในอนาคตอีกด้วย
หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการสร้าง Passive Income ฟีเจอร์ Earn ของ BloFin ยังช่วยให้คุณเพิ่ม USDT, BTC และ ETH ของคุณที่ถือครองไว้ได้ เนื่องจากเป็น CEX มันมีค่าธรรมเนียมการเทรดที่เหมาะสมโดยเริ่มต้นที่ 0.1% อย่างไรก็ตาม นี่หมายความว่าคุณกำลังมอบความไว้วางใจให้แพลตฟอร์มดูแลความปลอดภัยของเงินทุนของคุณ เพื่อให้มั่นใจในการป้องกัน เว็บเทรดนี้ได้ร่วมมือกับ Fireblocks ซึ่งนำเสนอโซลูชันการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลระดับองค์กร
ข้อดี
- ค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่เทียบกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้
- รองรับสกุลเงินดิจิทัลจำนวนมาก
- ฟีเจอร์การซื้อขายขั้นสูง
ข้อเสีย
- ต้องการการยืนยันตัวตนสำหรับการถอนเงินในจำนวนที่สูงขึ้น
- การตอบสนองของทีมงานซัพพอร์ตค่อนข้างช้า
4. KCEX — เว็บเทรดที่มาพร้อมกับค่าธรรมเนียมการซื้อขายแบบสปอต 0% พร้อมสัญญาฟิวเจอร์สที่มีให้เลือกเทรดมากมาย
เป็นเว็บเทรดคริปโตที่กำลังเติบโตโดยมีลูกค้ามากกว่า 1 ล้านราย เป็นผู้นำตลาดในด้านค่าธรรมเนียม — โดยที่ KCEX จะไม่เรียกเก็บค่าคอมมิชชั่นการเทรดแบบสปอต ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับเทรดเดอร์รายวันและรายย่อย เนื่องจากคำสั่งซื้อและขายจะมีเพียงค่าสเปรดของตลาดเท่านั้น รองรับสกุลเงินดิจิทัลมากกว่า 170 สกุล
เว็บเทรดนี้ครอบคลุมเหรียญคริปโตยอดนิยมมากมาย เช่น Bitcoin, Ethereum และ Dogecoin KCEX ยังนำเสนอโทเค็นมูลค่าต่ำจากระบบนิเวศต่างๆ ทำให้มั่นใจได้ว่า เทรดเดอร์จะสามารถสร้างพอร์ตการลงทุนที่หลากหลายได้ นอกเหนือจากการเทรดแบบสปอต KCEX ยังเสนอ Perpetual Futures ตลาดทุนขนาดใหญ่มาพร้อมกับขีดจำกัดเลเวอเรจสูงถึง 100 เท่า
กราฟราคาถูกผสานรวมเข้ากับ TradingView — ซึ่งเหมาะสำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค KCEX ยังนำเสนอแอปเทรดที่ใช้งานง่ายสำหรับระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ซึ่งได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมอย่างสมบูรณ์แบบ — ส่งผลให้ได้ประสบการณ์การเทรดที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ ไม่มีข้อกำหนดให้ต้องทำ KYC ที่ KCEX — เว้นแต่คุณต้องการเพิ่มวงเงินการถอนรายวันเป็น 30 BTC
ข้อดี
- ค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่เทียบกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้
- รองรับสกุลเงินดิจิทัลจำนวนมาก
- ฟีเจอร์การซื้อขายขั้นสูง
ข้อเสีย
- ต้องการการยืนยันตัวตนสำหรับการถอนเงินในจำนวนที่สูงขึ้น
- การตอบสนองของทีมงานซัพพอร์ตค่อนข้างช้า
5. BingX — เว็บเทรดคริปโตชั้นนำที่มีความปลอดภัยและแสดง Proof of Reserves 100%

ตัวเลือกต่อไปที่เราจะมาพิจารณากันก็คือ BingX เว็บเทรดคริปโตชั้นนำที่รองรับการเทรดแบบสปอตและผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ — ทำให้เหมาะสมสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการสำรวจในทุกๆ กลยุทธ์ การเปิดบัญชีใช้เพียงอีเมลแอดเดรสและไม่ต้องทำ KYC โดยที่คุณสามารถถอนได้สูงสุด 50,000 ดอลลาร์ต่อวันโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน
อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าคุณกำลังฝากและถอนคริปโต การชำระเงินด้วยสกุลเงินเฟียตจะทำให้คุณต้องทำตามข้อกำหนด KYC นอกจากนี้ เรายังชื่นชอบ BingX สำหรับระบบความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง บัญชีได้รับการปกป้องด้วยการยืนยันตัวตน 2 ชั้นและการตรวจจับการจัดการความเสี่ยงที่ขับเคลื่อนด้วย AI นอกจากนี้ยังมี Proof of Reserves 100% ทำให้มั่นใจได้ว่าเงินทุนของลูกค้าปลอดภัย
ในแง่ของตลาด ผู้ใช้งานสามารถค้นหาสกุลเงินดิจิทัลที่ต้องการจะเทรดได้ง่ายๆ ตามหมวดหมู่ต่างๆ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเลือกโทเค็นจากระบบนิเวศ Ethereum, Solana หรือ Toncoin หรือดูโทเค็นจากตลาด Meme, GameFi และ AI ก็ได้เช่นกัน ค่าธรรมเนียมการเทรดแบบสปอตค่อนข้างที่จะสมเหตุสมผล โดยบน BingX — คุณจะต้องจ่ายเพียง 0.1% ต่อสไลด์ Perpetual และ Delivery Futures มีค่าใช้จ่าย 0.05% และ 0.045% ตามลำดับ
ข้อดี
- Proof of Reserves 100% และระบบความปลอดภัยที่มั่นคง
- มีตลาดซื้อขายแบบสปอตและผลิตภัณฑ์อนุพันธ์
- ค่าธรรมเนียมการซื้อขายต่ำในตลาดที่รองรับทั้งหมด
- ถอนเงินได้สูงสุด 50,000 ดอลลาร์ต่อวันโดยไม่ต้องทำ KYC
- มีเครื่องมือ Copy-Trading ด้วย
ข้อเสีย
- ปริมาณการซื้อขายน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับเว็บเทรดชั้นนำ
- ไม่รองรับคริปโตออปชั่น
6. Changelly — เว็บเทรดคริปโต ใช้งานได้ง่าย พร้อมส่งสินทรัพย์เข้ากระเป๋าเงินของคุณในทันที
Changelly ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 เป็น เว็บเทรดคริปโตและกระเป๋าเงินบิทคอยน์ ที่นำเสนอประสบการณ์การใช้งานที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก และทำงานแตกต่างจากเว็บเทรดทั่วไป เนื่องจากการสวอปจะถูกส่งตรงไปยังกระเป๋าเงินของคุณ โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกระเป๋าเงินกับ Changelly — เพียงแค่ระบุแอดเดรสกระเป๋าเงินเมื่อกรอกแบบฟอร์มคำสั่งซื้อเท่านั้น
สิ่งที่เราชื่นชอบมากเกี่ยวกับ Changelly คือการสวอปข้ามเชน ซึ่งรวมถึง Bitcoin — ซึ่งคุณจะไม่สามารถพบได้ในแพลตฟอร์มอื่นๆ แพลตฟอร์มนี้รองรับ Atlcoin มากกว่า 500 รายการ ครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่ Ethereum และ Solana ไปจนถึง Bitcoin Cash และ Pepe นอกจากนี้ Changelly ยังเสนอการสวอปแบบ 1:1 สำหรับ Stablecoins ที่รองรับทุกตัวอีกด้วย
ตัวอย่างเช่น คุณสามารถสวอป USDT เป็น USDC โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของราคาเล็กน้อย ข้อเสียอย่างหนึ่งของ Changelly ก็คือ แพลตฟอร์มนี้รวมค่าคอมมิชชั่นเข้ากับอัตราแลกเปลี่ยน — ซึ่งทำให้เป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่าคุณกำลังจ่ายอะไรเท่าใด อย่างไรก็ตาม Changelly อนุญาตให้มีการสวอปนแบบไม่ต้องทำ KYC ได้สูงถึง 1 BTC ทุกๆ 24 ชั่วโมง — ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่สูงมาก
ข้อดี
- ค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่เทียบกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้
- รองรับสกุลเงินดิจิทัลจำนวนมาก
- ฟีเจอร์การซื้อขายขั้นสูง
ข้อเสีย
- ต้องการการยืนยันตัวตนสำหรับการถอนเงินในจำนวนที่สูงขึ้น
- การตอบสนองของทีมงานซัพพอร์ตค่อนข้างช้า
7. ChangeNOW — สวอปคริปโตได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทะเบียน ผสานรวมกับเว็บเทรดใหญ่ๆ พร้อมด้วยข้อเสนอเงินคืน

หากคุณกำลังมองหาการเข้าถึงสกุลเงินคริปโตที่ง่ายและรวดเร็วโดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน ChangeNow คือคำตอบของคุณ การสร้างบัญชีจะไม่จำเป็นแต่อย่างใด เพียงการใช้อีเมลและรหัสผ่านของคุณก็จะช่วยปลดล็อกสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น ส่วนลดค่าธรรมเนียม, เงินคืนในทุกๆ การซื้อขาย, และข้อเสนอพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย
เว็บเทรดคริปโตในปัจจุบันนั้นผสานรวมไปด้วยเว็บเทรดชั้นนำมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Binance, OKX และ KuCoin ช่วยให้คุณใช้วิดเจ็ตของแพลตฟอร์มดังกล่าวได้ทันที ที่นี่ คุณสามารถซื้อ สวอป และ Stake สินทรัพย์คริปโตที่เติบโตอยู่เสมอได้ โดยรองรับเครือข่ายต่างๆ มากมาย และใช้งานได้ทั้งบนเดสก์ท็อปและอุปกรณ์มือถือของคุณ นอกจากนี้ แพลตฟอร์มนี้ยังมีโทเค็นหลังของตัวเองอย่าง NOW ซึ่งคุณสามารถ Stake เพื่อรับผลตอบแทนได้มากกว่า 6%
ChangeNow เปิดให้บริการมาเป็นเวลา 7 ปีและให้บริการผู้ใช้งานหลายล้านคน ChangeNow นำเสนอบริการที่มากกว่าการแลกเปลี่ยน คุณยังสามารถใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์การเก็บรักษาแบบ Cold-Storage เพื่อรักษาความปลอดภัยสินทรัพย์และ NFT ได้มากกว่า 800 รายการ รวมถึง การตรวจสอบพอร์ตการลงทุนขั้นสูง และเงินกู้ทันทีด้วยเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น เป็นต้น
ข้อดี
- การแลกเปลี่ยนที่รวดเร็วและง่ายดายโดยไม่ต้องมีบัญชี
- เวลาในการประมวลผลธุรกรรมที่รวดเร็วด้วยอัตราแลกเปลี่ยนทั้งแบบคงที่และแบบลอยตัว
- มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดและเน้นความเป็นส่วนตัว
ข้อเสีย
- อาจจะมีค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าแพลตฟอร์มทั่วไป
- ขาดฟีเจอร์การซื้อขายขั้นสูง
เว็บเทรดคริปโตที่ไม่ต้องทำ KYC คืออะไร?
เว็บเทรดคริปโตหรือกระเป๋าเงินคริปโตที่ไม่ต้องทำ KYC นั้นหมายถึง เว็บเทรดที่ผู้ใช้งานไม่ต้องทำเป็นต้องผ่านการยืนยันตัวตนก่อนจึงจะสามารถทำการเทรดได้ ทำให้มันมีความยืดหยุ่นมากกว่าในเรื่องขั้นตอนการยืนยันตัวตน กระบวนการเปิดบัญชีของแพลตฟอร์มเหล่านี้มักจะต้องการเพียงอีเมลแอดเดรสหรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือเท่านั้น ผู้ใช้งานสามารถฝากคริปโตของพวกเขาและเริ่มเทรดได้เลย อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้จะมาพร้อมกับความสะดวกสบาย แต่มันก็มีข้อจำกัดเช่นกัน
แพลตฟอร์มที่ไม่ต้องทำ KYC ส่วนใหญ่มีการจำกัดจำนวนเงินที่สามารถถอนได้ภายใน 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดเหล่านี้มักจะเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง ซึ่งหมายความว่า ผู้ใช้งานทั่วไปจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้งานของ CoinEx ที่สามารถถอนได้สูงสุด 10,000 USDT ต่อวันโดยไม่ต้องทำ KYC หรือ Blofin ที่จำกัดวงเงินถอนต่อวันที่ 20,000 USDT แต่จะเพิ่มได้สูงถึง 2 ล้าน USDT เมื่อผ่านกระบวนการ KYC เรียบร้อยแล้ว
ข้อดีและข้อเสียของการใช้งานเว็บเทรดที่ไม่ต้องทำ KYC
เหตุผลที่ทำให้ผู้คนเลือกใช้งานเว็บเทรดที่ไม่ต้องทำ KYC นั้นมีอยู่หลายประการ ซึ่งรวมถึง ความรวดเร็วในการเข้าถึง อย่างไรก็ตาม บางคนเลือกใช้เว็บเทรดที่ต้องทำ KYC เพื่อความปลอดภัย สิ่งสำคัญก็คือ เราจะต้องทำความเข้าใจข้อดีและข้อเสียของเว็บเทรดแบบที่ไม่ต้องทำ KYC ก่อนที่จะตัดสินใจ
ข้อดี
- ความเป็นส่วนตัว: ผู้ใช้งานสามารถเทรดโดยไม่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่เว็บเทรด ช่วยให้ข้อมูลของเรามีความปลอดภัยและเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน
- ความรวดเร็ว: กระบวนการลงทะเบียนและเทรดที่รวดเร็วยิ่งขึ้นเนื่องจากไม่จำเป็นต้องรอการยืนยันตัวตน
- การเข้าถึง: สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับบุคคลที่ไม่มีเอกสารระบุตัวตนหรือผู้ที่อาศัยในประเทศที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงเว็บเทรดต่างๆ
ข้อเสีย
- ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย: เพิ่มความเสี่ยงต่อการฉ้อโกงและการฟอกเงิน ซึ่งอาจจะดึงดูดกิจกรรมผิดกฎหมายได้
- ปัญหาทางกฎหมาย: อาจจะเกิดปัญหาทางกฎหมายเนื่องจากหลายประเทศบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นในการเทรดสกุลเงินดิจิทัล โดยที่บางประเทศก็ไม่อนุญาตให้เทรดคริปโตโดยไม่ทำ KYC
- บริการที่จำกัด: เว็บเทรดเหล่านี้อาจจะมีข้อจำกัดในการเทรดและการถอนที่ต่ำกว่า และอาจจะมีฟีเจอร์ที่น้อยกว่าเว็บเทรดที่ต้องผ่านกระบวนการ KYC
- ความน่าเชื่อถือ: เว็บเทรดที่ไม่ต้องทำ KYC บางแห่งอาจจะขาดความน่าเชื่อถือหรือการกำกับดูแลที่เหมาะสม คุณควรทำการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเมื่อเลือกใช้งานเว็บเทรด
วิธีซื้อคริปโตโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน
มันใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการเริ่มเทรด ด้วย เว็บเทรดคริปโต ที่ไม่ทำ KYC และนี่คือวิธีการซื้อคริปโตโดยไม่ต้องยืนยันตัวตนแบบง่ายๆ สำหรับมือใหม่:
- ขั้นตอนที่ 1: เลือกเว็บเทรดที่ไม่ต้องทำ KYC
เว็บเทรดคริปโต ที่ไม่ทำ KYC มีให้เลือกอยู่มากมาย — โดยเฉพาะเว็บเทรดที่อยู่ในรายการของเรา — ให้เลือกตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดตามที่คุณต้องการ โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น คู่เทรดที่รองรับและผลิตภัณฑ์การซื้อขาย ค่าคอมมิชชัน ขีดจำกัดการถอน และความปลอดภัย เป็นต้น
- ขั้นตอนที่ 2: เปิดบัญชีแบบไม่ระบุชื่อ
เข้าไปที่เว็บเทรดที่คุณเลือกและเปิดบัญชี ขั้นตอนนี้จะต้องการเพียงอีเมลแอดเดรสหรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือและรหัสผ่านเท่านั้น
- ขั้นตอนที่ 3: ฝากคริปโต
ขั้นตอนต่อไปคือการฝากคริปโต เว็บเทรดจะจะให้แอดเดรสสำหรับการฝากเงินโดยเฉพาะ เปิดกระเป๋าเงินของคุณและโอนเหรียญคริปโตที่ต้องการใช้เทรดไปยังแอดเดรสดังกล่าว
ถึงแม้ว่าเว็บเทรดส่วนใหญ่จะรับสกุลเงินเฟียตด้วย แต่อาจจะมีการกำหนดให้ทำ KYC เสียก่อน อย่างไรก็ตาม มีบางแพลตฟอร์มที่อนุญาตให้ฝากสกุลเงินเฟียตได้จำนวนหนึ่งโดยไม่ต้องยืนยันตัวตนเช่นกัน
- ขั้นตอนที่ 4: เริ่มเทรด
เมื่อเติมเงินเข้าไปในบัญชีของคุณแล้ว คุณสามารถเริ่มเทรดได้เลย ค้นหาตลาดคริปโตที่คุณต้องการ เช่น Bitcoin หรือ Dogecoin จากนั้นก็ตั้ง Order ของคุณด้วยการระบุจำนวนที่คุณต้องการลงทุน
เลือกระหว่าง Market Order หรือ Limit Order แล้วอย่าลืมตั้ง Stop-Loss และ Take-Profit ด้วยล่ะ!
- ขั้นตอนที่ 5: ถอนเงิน
คุณสามารถถอนสินทรัพย์ในบัญชีของคุณได้ตลอดเวลา เพียงแต่ต้องจำไว้ว่า เว็บเทรดคริปโต ที่ไม่ต้องทำ KYC ส่วนใหญ่มีชีดจำกัดการถอนภายใน 24 ชั่วโมงอยู่ อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่มักจะมีวงเงินอย่างน้อย 10,000 ดอลลาร์ ซึ่งควรที่จะเพียงพอสำหรับเทรดเดอร์ส่วนใหญ่
เว็บเทรดคริปโต ที่ไม่ต้องทำ KYC ปลอดภัยหรือไม่?
เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มทางการเงินอื่นๆ เว็บเทรดที่ไม่ต้องยืนยันตัวตนก็มีทั้งที่มีชื่อเสียงที่ดีและไม่ดี นี่คือเหตุผลว่าทำไมการตรวจสอบและศึกษาข้อมูลด้วยตัวคุณเองเป็นสิ่งที่สำคัญมาก สิ่งแรกๆ ที่เทรดเดอร์จะต้องประเมินก่อนสิ่งใดก็คือ เว็บเทรดดังกล่าวเปิดตัวเมื่อใด มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ไหน และมีใบอนุญาตกำกับดูแลหรือไม่
นอกจากนี้ ให้ประเมินว่าเว็บเทรดดังกล่าวมีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนแล้วกี่คนและมีชื่อเสียงอย่างไรต่อสาธารณชน อีกทั้ง คุณควรที่จะสำรวจเครื่องมือรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานด้วย เช่น วิธีปกป้องบัญชีของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการยืนยันตัวตน 2 ชั้น หรือ การกำหนด IP Whitelist เป็นต้น และเทรดเดอร์ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่เก็บโทเค็นของลูกค้าส่วนใหญ่ไว้แบบ Cold Storage
เพื่อประสบการณ์ที่ปลอดภัย,kdยิ่งขึ้น ให้ลองพิจารณาในการใช้งาน Decentralized Exchange อย่าง Best Wallet ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีบัญชี จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำ KYC ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์ Best Wallet จะไม่เก็บคริปโตของลูกค้าไว้ แต่หลังจากทำการเทรดเสร็จ เหรียญจะถูกเพิ่มเข้าไปในกระเป๋าเงินของคุณทันที
สรุปส่งท้าย
สรุปแล้ว ถึงแม้ว่าแพลตฟอร์มชั้นนำส่วนใหญ่จะมีกระบวนการยืนยันตัวตนด้วย KYC แต่ก็ยังมีเว็บเทรดที่ไม่ต้องทำ KYC ที่น่าสนใจอยู่อีกมากมาย ส่วนใหญ่เสนอบัญชีที่ไม่ต้องทำ KYC พร้อมวงเงินถอนภายใน 24 ชั่วโมงที่สูงมาก ดังนั้น เว้นแต่คุณจะเป็นเทรดเดอร์ขนาดใหญ่ คุณก็น่าจะไม่ต้องมานั่งวุ่นวายกับการยื่นเอกสารเพื่อยืนยันตัวตนแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม โปรดจำไว้ว่า เว็บเทรดที่ไม่ต้องทำ KYC ส่วนใหญ่ตั้งอยู่นอกประเทศ ซึ่งหมายความว่าคุณจะไม่สามารถเข้าถึงการคุ้มครองนักลงทุนในประเทศได้ ดังนั้น ทำให้แน่ใจว่าคุณได้ทำการตรวจสอบและศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนที่จะเลือกใช้งานแพลตฟอร์มใดๆ
ไปยังเว็บไซต์ Best Wallet
ลิงก์อ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
เราสามารถซื้อคริปโตโดยไม่ยืนยันตัวตนได้หรือไม่?
เว็บเทรดใดบ้างที่ไม่ต้องทำ KYC?
กระเป๋าเงินใดบ้างที่ไม่ต้องทำ KYC?
เกี่ยวกับ Cryptonews
Cryptonews คือสื่อออนไลน์ระดับโลกที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2017 มุ่งเน้นการนำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และคู่มือเชิงลึกในวงการคริปโตและบล็อกเชน ปัจจุบันมีผู้อ่านกว่า 2 ล้านคนต่อเดือน จากทั่วโลก และทีมผู้เขียนมากกว่า 70 คน ที่ครอบคลุมทุกมุมมอง ตั้งแต่ Bitcoin, Altcoin, DeFi, NFT ไปจนถึง Web3 ด้วยประสบการณ์กว่า 8 ปี เรามุ่งมั่นที่จะเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และอัปเดตเร็ว


