ดีลสะเทือนโลก! อินเดียตอบรับ Donald Trump ยอมหยุดซื้อน้ำมันรัสเซีย

วงการการเมืองและเศรษฐกิจโลกสั่นสะเทือน เมื่อ Donald Trump ออกมาประกาศข่าวใหญ่ว่า อินเดียตกลงที่จะยุติการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียแล้ว ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อตลาดพลังงานโลกและสร้างความผันผวนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin ที่นักลงทุนต่างจับตามองอย่างใกล้ชิด (Reuters)
Donald Trump เผย “Modi” รับปาก หยุดนำเข้าน้ำมันรัสเซีย
ในการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่ Oval Office ประธานาธิบดี Donald Trump ได้เปิดเผยว่า เขาได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี Narendra Modi (นเรนทรา โมดี) แห่งอินเดีย และได้รับการยืนยันว่าอินเดียจะยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งทรัมป์ยกให้เป็น “ก้าวที่ยิ่งใหญ่” ในการตัดท่อน้ำเลี้ยงทางการเงินของ Vladimir Putin (วลาดิเมียร์ ปูติน) ท่ามกลางสงครามในยูเครน
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ ได้ใช้มาตรการกำแพงภาษีสูงถึง 50% กับสินค้าอินเดีย ซึ่งแบ่งเป็นการขึ้นภาษีสองรอบ รอบละ 25% เพื่อกดดันให้อินเดียลดการพึ่งพาน้ำมันรัสเซีย โดยก่อนหน้านี้อินเดียได้แสดงความไม่พอใจที่ประเทศอื่นอย่างจีนและตุรกีที่ซื้อน้ำมันรัสเซียเช่นกัน กลับไม่โดนมาตรการเดียวกัน
ทรัมป์เสริมว่ากระบวนการยุติการนำเข้าอาจต้องใช้เวลา แต่ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงจะเสร็จสิ้นในไม่ช้า โดยผู้นำทั้งสองมีกำหนดการจะพบปะกันในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ประเทศมาเลเซียในเดือนนี้ ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณถึงความสัมพันธ์ที่กลับมาแน่นแฟ้นอีกครั้ง
อังกฤษขานรับ! คว่ำบาตรบริษัทน้ำมันรัสเซีย-อินเดีย
ในขณะเดียวกัน ฝั่งอังกฤษก็ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ที่มุ่งเป้าไปที่บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซียอย่าง Lukoil และ Rosneft รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมัน 44 ลำที่อยู่ในเครือข่าย “กองเรือแห่งเงา” หรือ “shadow fleet” ของมอสโก
นอกจากนี้ รัฐมนตรีคลังอังกฤษ Rachel Reeves ยังยืนยันการคว่ำบาตรบริษัท Nayara Energy Limited ของอินเดียเป็นครั้งแรก หลังจากพบว่าบริษัทได้นำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียมากถึง 100 ล้านบาร์เรล คิดเป็นมูลค่ากว่า 5 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว
การคว่ำบาตรบริษัทอินเดียโดยตรงจากลอนดอน ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าชาติตะวันตกกำลังร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อปิดช่องทางการเงินของรัสเซีย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ Trump ที่พยายามใช้เครื่องมือทางการค้าเพื่อกดดันประเทศต่างๆ แทนการใช้กำลังทหาร
นอกจากนี้ อังกฤษยังได้คุมเข้มท่าเรือน้ำมัน 4 แห่งในจีนที่มีความเชื่อมโยงกับการส่งออกของรัสเซียอีกด้วย
จับตา G7 จ่อยึดทรัพย์สินรัสเซีย – จีนอาจเป็นเป้าหมายถัดไป!
แรงกดดันต่อรัสเซียยังไม่จบเพียงเท่านี้ กลุ่มประเทศ G7 กำลังเตรียมหารือข้อเสนอในการยึดทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกอายัดไว้มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบเงินสดที่ธนาคารกลางยุโรป
ขณะเดียวกัน Scott Bessent รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนว่า จีนอาจต้องเผชิญกับกำแพงภาษีที่สูงขึ้น หากยังคงสนับสนุนเศรษฐกิจรัสเซียต่อไป
Bessent กล่าวหาว่าปักกิ่งกำลัง “เติมเชื้อไฟให้กับเครื่องจักรสงครามของรัสเซีย” และ Trump เองก็ได้เรียกร้องให้จีนปฏิบัติตามอินเดีย โดยมีการพิจารณาถึงขั้นที่ว่าอาจขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนที่เชื่อมโยงกับพลังงานรัสเซียสูงถึง 500% หากพันธมิตรในยุโรปเข้าร่วมด้วย
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างหนักของชาติตะวันตกภายใต้การผลักดันของ Donald Trump ที่จะทำให้รัสเซียโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจสร้างความผันผวนครั้งใหญ่ให้กับตลาดการเงินโลกในอนาคตอันใกล้นี้