DOJ จ่อสอบประธาน Fed แต่ Bitcoin เมินดราม่า เน้นเดินหน้าต่อ

ตลาดคริปโตสั่นสะเทือนเล็กน้อย หลังมีข่าวใหญ่ว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ได้เปิดการสอบสวนทางอาญากับ Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้ราคา Bitcoin (BTC) จะตอบสนองเพียงเล็กน้อย แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการเสริมบทบาทของ BTC ในฐานะสินทรัพย์หลบภัยจากความไม่แน่นอนทางการเมือง
เจาะลึก! DOJ สอบสวนประธาน Fed กระทบ Bitcoin อย่างไร?
ข่าวการสอบสวน Jerome Powell ประธาน Fed โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้สร้างความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลาง โดยการสอบสวนนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่ข้อกล่าวหาว่า Powell ให้ข้อมูลที่ทำให้รัฐสภาเข้าใจผิดเกี่ยวกับโครงการปรับปรุงสำนักงานใหญ่
อย่างไรก็ตาม Powell ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม 2026 ว่านี่เป็นเพียง “ข้ออ้าง” และเป็นการโจมตีความเป็นอิสระของ Fed โดยตรง
Powell ยืนยันว่า “เรื่องนี้เกี่ยวกับการที่ Fed จะสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยโดยอิงจากหลักฐานและภาวะเศรษฐกิจต่อไปได้หรือไม่ หรือนโยบายการเงินจะถูกชี้นำโดยแรงกดดันทางการเมืองแทน”
การสอบสวนนี้นำโดย Jeanine Pirro อัยการสหรัฐฯ ประจำเขตโคลัมเบีย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยทรัมป์ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองตามมาทันที ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบการเงินและเป็นปัจจัยหนุนให้กับสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง BTC ในระยะยาว
วิเคราะห์ปฏิกิริยาตลาดและสินทรัพย์ปลอดภัย
ในช่วงแรกหลังข่าวแพร่ออกไป สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) อย่างทองคำและแร่เงินมีการปรับตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยทองคำเพิ่มขึ้นเกือบ 2% และแร่เงินพุ่งขึ้นถึง 5% ในทางกลับกัน ปฏิกิริยาของ BTC กลับค่อนข้างเงียบ โดยราคาปรับตัวขึ้นเพียง 1.7% ไปอยู่ที่ระดับ 92,000 ดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinGecko ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดยังคงรอดูท่าทีต่อความไม่แน่นอนนี้
Jimmy Xue ผู้ร่วมก่อตั้งและ COO ของ Axis โปรโตคอล Quantitative Yield ให้ความเห็นว่า “กระบวนการทางกฎหมายได้เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค” แถมเขายังชี้ว่าการท้าทายความเป็นอิสระของธนาคารกลางครั้งนี้ กลับยิ่งตอกย้ำเรื่องเล่าของ BTC ในฐานะ ‘สินทรัพย์ที่เป็นกลาง’ ซึ่งไม่ขึ้นกับข้อพิพาททางกฎหมายหรือการเมืองใดๆ และความเป็นกลางนี้เองที่กำลังดึงดูดเงินทุนสถาบันที่มองหาเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากนโยบายการเงินที่อาจถูกแทรกแซง
คาดการณ์อนาคต BTC: โอกาสครั้งประวัติศาสตร์มาถึงแล้ว?
Tim Sun นักวิจัยอาวุโสจาก HashKey Group กล่าวว่า หากการดำเนินคดีของกระทรวงยุติธรรมประสบความสำเร็จ จะเป็นการสร้าง “บรรทัดฐานที่อันตรายอย่างยิ่ง” เพราะมันอาจเปิดทางให้ประธานาธิบดีใช้อำนาจฝ่ายบริหารและกระบวนการยุติธรรมเพื่อลงโทษประธานธนาคารกลางที่ไม่ปฏิบัติตามแนวทางนโยบายการเงินที่ต้องการได้
สถานการณ์เช่นนี้จะสั่นคลอนเสถียรภาพและกัดกร่อนความเชื่อมั่นในระบบ “เงินดอลลาร์” และ “พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ” ทั้งหมด
ในระยะสั้น Sun คาดว่าจะเกิดความผันผวนสูงขึ้นในสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท รวมถึง BTC แต่ในระยะยาว หากตลาดเริ่มประเมินความเสี่ยงจากการแทรกแซงทางการเมืองเข้าไปในแบบจำลองราคาอย่างถาวร BTC อาจค่อยๆ พัฒนาไปสู่การเป็น “สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงสำหรับสถาบัน” อย่างเต็มตัว
Sun สรุปว่า “หาก Fed กลายเป็นหน่วยงานภายใต้ประธานาธิบดี จนทำให้เงินดอลลาร์เสื่อมค่าอย่างรวดเร็ว หรือสูญเสียการควบคุมความคาดหวังด้านอัตราดอกเบี้ย นั่นอาจหมายความว่า BTC กำลังเข้าใกล้ช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ของมันจริงๆ”
ขณะนี้ BTC มีราคาอยู่ที่ราว 90,000 – 92,000 ดอลลาร์ ซึ่งฟื้นตัวขึ้นประมาณ 1.36% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
จับตา Bitcoin Hyper: Layer-2 ที่อาจเปลี่ยนเกม BTC ในปีนี้
Bitcoin Hyper ($HYPER) ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดเดิมของ BTC โดยเฉพาะเรื่องความเร็วและต้นทุนการทำธุรกรรม โปรเจกต์นี้นำแนวคิด Layer-2 มาผสานกับเทคโนโลยีที่เน้นประสิทธิภาพ ทำให้ BTC ไม่ได้เป็นแค่สินทรัพย์เก็บมูลค่า แต่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงได้หลากหลายมากขึ้น ทั้ง DeFi, dApps และระบบชำระเงินที่ต้องการความรวดเร็ว

จุดเด่นของ HYPER คือการออกแบบให้รองรับธุรกรรมจำนวนมากในต้นทุนที่ต่ำและยืนยันผลได้รวดเร็ว เพื่อช่วยลดภาระบนเครือข่ายหลัก ขณะเดียวกันก็ยังคงยึดหลักความปลอดภัยและความโปร่งใสไว้เป็นแกนกลาง แนวทางนี้ทำให้ผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบกับระบบต่าง ๆ ได้อย่างลื่นไหล โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมสูงหรือเวลารอที่ยาวนาน
สำหรับนักพัฒนา โปรเจกต์นี้ได้เปิดพื้นที่ใหม่ให้กับการสร้างแอปพลิเคชันบนระบบนิเวศของ BTC ได้ง่ายขึ้น ด้วยโครงสร้างที่เอื้อต่อการขยายตัวและการเชื่อมต่อกับโปรเจกต์อื่น ทำให้ BTC มีบทบาทมากกว่าที่เคยเป็น และช่วยดึงดูดผู้ใช้งานกลุ่มใหม่ที่ต้องการทั้งความเร็วและความน่าเชื่อถือในเวลาเดียวกัน
ในมุมของนักลงทุน HYPER ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่เข้ามาเสริมเรื่องราวการเติบโตระยะยาวของ BTC อย่างเป็นรูปธรรม เพราะมันจะได้ขยับเข้าสู่โลกของการใช้งานจริงมากกว่าที่เคย โปรเจกต์ที่ช่วยต่อยอดศักยภาพเช่นนี้จึงกลายเป็นตัวเลือกที่หลายคนเริ่มจับตาอย่างใกล้ชิด
หากคุณต้องการข้อมูลล่าสุดของโปรเจกต์ แนะนำให้อ่านบทความเจาะลึกโปรเจกต์ HYPER และอย่าลืมดูวิธีซื้อโทเค็น HYPER ทีละขั้นตอน รวมถึงติดตามช่องทาง X และ Telegram เพื่อไม่พลาดทุกอัปเดต
ยอดระดมทุนล่าสุด
ราคาจะถูกปรับขึ้นอีกครั้งภายใน: