Wall Street เลือก Ethereum! กระแสเงินสถาบันหนุน อาจแซง Bitcoin ในอนาคต

Ethereum (ETH) กำลังขยายบทบาทในตลาดอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่กระแสเงินทุนจากสถาบันเริ่มหมุนเวียนออกจาก Bitcoin และไหลเข้าสู่ ETH อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกองทุน Spot Ether ETF ที่มียอดเงินไหลเข้ามากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตัวเลขนี้สูงกว่าความต้องการใน Bitcoin ETF อย่างมีนัยสำคัญ
จากรายงานของ K33 Research พบว่า Open Interest ของ Bitcoin พุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี ที่มูลค่า 34,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนความกังวลเรื่องการใช้เลเวอเรจเกินพอดี ในขณะที่ Ethereum กลับได้รับเม็ดเงินลงทุนอย่างสม่ำเสมอ บ่งบอกถึงความมั่นใจในระยะยาวว่ามีศักยภาพที่จะกลายเป็น เหรียญคริปโตที่น่าลงทุน ของตลาดโลกในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์สำคัญที่จุดกระแสความสนใจ เมื่อวาฬ Bitcoin รายใหญ่ตัดสินใจแลก BTC จำนวน 22,400 เหรียญเป็น ETH ส่งผลให้ราคา Ethereum ขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ระดับ 4,956 ดอลลาร์ และหนุนให้ค่าอัตราส่วน ETH/BTC ขยับไปที่ 0.041 เป็นสัญญาณว่าสถาบันการเงินกำลังปรับพอร์ตเข้าสู่ระบบนิเวศของ Ethereum มากขึ้น
ทำไม Ethereum กลายเป็นขวัญใจ Wall Street
Wall Street หันมาให้ความสำคัญกับ Ethereum อย่างจริงจัง เนื่องจากบล็อกเชนนี้รองรับการชำระเงินด้วย Stablecoin, ระบบ DeFi และการโทเคนไนซ์สินทรัพย์ที่ตอบโจทย์การเงินยุคใหม่
Jan van Eck ซีอีโอของ VanEck ถึงกับเรียก ETH ว่า “โทเค็นของ Wall Street” เพราะความสามารถของ Smart Contract ที่โปรแกรมได้และผลตอบแทนจากการ Staking ที่ให้รายได้สม่ำเสมอ แตกต่างจาก Bitcoin ที่ยังถูกมองเพียง “ทองคำดิจิทัล” แบบ Passive Asset
ข้อมูลล่าสุดยังเผยว่า ปัจจุบันมีบริษัทมหาชนมากกว่า 19 แห่ง ที่ถือครอง ETH รวมกันกว่า 2.7 ล้านเหรียญในคลัง เพื่อสร้างกระแสรายได้ผ่านการ Staking ขณะเดียวกันที่ปรึกษาการลงทุนในสหรัฐฯ ก็ถือ Exposure ในกองทุน Ether ETF มูลค่ารวมกว่า 1,300 ล้านดอลลาร์ โดยที่ Goldman Sachs มีสัดส่วนมากกว่าครึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น กฎหมาย GENIUS Act เกี่ยวกับ Stablecoin ที่ผ่านการอนุมัติในปีนี้ ยังช่วยตอกย้ำความมั่นใจของนักลงทุน ด้วยการทำให้ Ethereum กลายเป็นบล็อกเชนหลักที่สอดคล้องกับระบบการเงินที่ถูกกำกับดูแล
คาดการณ์ราคา ETH: เป้าหมาย $6K–$12K
นักวิเคราะห์หลายรายมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อทิศทางของ Ethereum โดยระยะสั้นมีโอกาสที่จะทะลุแนวต้านที่ 5,200 ดอลลาร์ และไปแตะ 6,000 ดอลลาร์ภายในเดือนกันยายน ขณะที่บางสำนักคาดการณ์ไกลถึง 12,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้
ความเชื่อมั่นนี้เกิดจากการที่ Ethereum ครองส่วนแบ่งโครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin มากกว่า 145,000 ล้านดอลลาร์ ประกอบกับแรงหนุนจาก ETF และปัจจัยทางเทคนิคที่แข็งแรง ซึ่งมักจะเป็นตัวกระตุ้นรอบใหม่ของ เหรียญ Altcoin พร้อมพุ่ง ในตลาดคริปโต
โดยในอดีต การปรับตัวขึ้นของ Ethereum มักจะสอดคล้องกับการเข้าสู่ช่วง Altseason แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังเตือนว่าตลาดโดยรวมยังไม่ร้อนแรงจนเกินไป ขณะนี้ ETH ซื้อขายอยู่ที่ราวๆ 4,400 ดอลลาร์ หากสามารถยืนเหนือแนวรับ 4,500 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง ก็อาจกลายเป็นฐานสำคัญของการพุ่งขึ้นรอบใหญ่
เมื่อระบบการเงินแบบดั้งเดิมเริ่มผสานเข้ากับโลกการเงินแบบกระจายศูนย์มากขึ้น จุดแข็งด้านการสร้างผลตอบแทน ความสามารถในการโปรแกรม และกรอบกฎหมายที่ชัดเจน ล้วนทำให้ Ethereum ถูกวางตำแหน่งให้เหนือกว่า Bitcoin ในสายตาของนักลงทุนสถาบัน